การคุ้มครองเด็ก หมายถึง
การป้องกันและปกป้องเด็กจากความรุนแรง การถูกแสวงหาประโยชน์ การละเลยทอดทิ้ง
หรือรูปแบบการกระทำต่างๆที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อร่างกายและจิตใจ การพัฒนา
และศักดิ์ศรีของเด็ก
ประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก
เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก
พ.ศ. ๒๕๔๖,พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ. ๒๕๕๐ , พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๐ , พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.๒๕๔๑
, นอกจากนี้ ยังได้ร่วมลงนามในข้อตกลงนานาชาติ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
, อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด
(หมายเลขที่ ๑๘๒) และมี บันทึกข้อตกลงนานาชาติเพื่อความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศ
เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้
เป็นพื้นฐานในการทำงานด้านการคุ้มครองเด็ก
การปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบสามารถแบ่งได้ดังนี้
- การละเมิด
- การละเมิดทางกาย เช่น การต่อยหรือทุบตี จับตัวเด็กเขย่า หรือโยน
ตีเด็กด้วยวัสดุหรือสิ่งของ ใช้ไฟจี้หรือใช้น้ำร้อนลวก ทำให้เด็กหายใจไม่ออก
- การละเมิดทางเพศ เช่น การข่มขืน การสำเร็จความใคร่
การกอดรัดลูบไล้ร่างกาย การให้เด็กได้รับรู้ในสิ่งที่ไม่บังควรทางเพศ
และชักนำให้เด็กประพฤติตนในเชิงยั่วยวนทางเพศ
ซึ่งรวมถึงการให้เด็กดูหรือมีส่วนร่วมในการผลิตสื่อลามกด้วย
- การละเมิดทางอารมณ์ เช่น ทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองไม่มีใครรัก
ไร้ค่า ไม่คู่ควร การข่มขู่จนทำให้รู้สึกตกใจกลัว การดูถูกเหยียดหยาม
เยาะเย้ย ทำให้เด็กอับอาย การเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกกีดกัน
การใช้ความรุนแรงต่อเด็ก
คือ การกระทำที่ส่งผลร้ายต่อความปลอดภัย สวัสดิภาพ และสภาพจิตใจของเด็ก เช่น
- เด็กที่เข้าร่วมในกลุ่มเด็ก/เยาวชน ที่มีการใช้ความรุนแรง
- การรังแกระหว่างเด็ก (bullying)
- การ ‘รับน้อง’ ในสถาบันการศึกษาด้วยกิจกรรมที่รุนแรง
- ความรุนแรงระหว่างบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน
ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดนอกบ้าน
การละเลย คือ ความบกพร่องในการจัดหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาของเด็กในทุกๆ
ด้าน ตั้งแต่สุขภาพ การศึกษา พัฒนาการทางอารมณ์ โภชนาการ ที่อยู่อาศัย
สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
ในบริบทที่ครอบครัวหรือผู้ดูแลมีความสามารถที่จะจัดหาได้ตามสมควร
จนถึงขั้นที่เกิดอันตรายต่อร่างกายและพัฒนาการของเด็ก เช่น เด็กไม่ได้รับอาหารเพียงพอ
ขาดเสื้อผ้า ไม่มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ปล่อยเด็กไว้โดยไม่มีใครดูแล
ทำให้เด็กต้องดูแลตนเอง หรือรับหน้าที่ดูและน้องๆ
ทั้งที่ตนเองยังมีอายุน้อยเกินควร ละเลยที่จะพาเด็กไปหาหมอหรือไปโรงเรียน
การแสวงประโยชน์จากเด็ก
คือ การใช้เด็กในกิจกรรมซึ่งสนองประโยชน์แก่คนอื่นแต่บั่นทอนสุขภาพกาย
และจิตใจของเด็ก
- การค้าเด็ก
- การใช้แรงงานเด็ก
- การค้าประเวณีเด็ก
- การผลิตสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก
- การบังคับให้เด็กแต่งงาน
- การบังคับใช้เด็กเป็นกองกำลังสู้รบ
- การนำเด็กไปขอทาน
การถูกละเมิด ละเลย แสวงประโยชน์ และการใช้ความรุนแรง
สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย
กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติโดยมิชอบ ได้แก่ เด็กพิการ
เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กเร่ร่อน เด็กที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เด็กผู้อพยพและเด็กไร้สัญชาติการถูกละเมิด
ละเลย แสวงประโยชน์ และการใช้ความรุนแรง
สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย
กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติโดยมิชอบ ได้แก่ เด็กพิการ
เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กเร่ร่อน เด็กที่เข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรม
เด็กผู้อพยพและเด็กไร้สัญชาติ
ทำแบบทดสอบ คลิกที่นี่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น